หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ฟิวส์ (fuse)

ฟิวส์(fuse)เป็นอุปกรณ์นิรภัยชนิดหนึ่งที่อยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยจะป้องกันการลัดวงจร และการใช้กระแสเกินในวงจรไฟฟ้า โดยจะหลอมละลาย และตัดกระแสไฟออกจากวงจรเพื่อป้องการอุปกรณ์เสียหาย โดยฟิวล์จะเป็นเส้นลวดเล็กๆ ทำจากตะกั่วผสมดีบุก มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำ มีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน
             คลิ๊กดู ฟิวส์

       ชนิดของฟิวส์
ฟิวส์ชนิดอยู่ในหลอดแก้ว เป็นฟิวส์ที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ โดยตัวฟิวส์จะอยู่ในหลอดแก้วภายในจะบรรจุก๊าซช่วยดับไฟและดับการสปากของไฟ
ฟิวส์ชนิดก้ามปู


ฟิวส์ชนิดเส้น


ฟิวส์ชนิดกระเบื้อง
ฟิวส์อิเล็กทรอนิกส์หรือเซอกิตเบรกเกอร์
ฟิวส์ปลั๊ก (Plug Fuse) 
ฟิวส์ปลั๊ก(Plug Fuse)มีรูปร่างคล้ายจุกก๊อกทรงกระบอก  ปลายด้านหนึ่งใหญ่กว่าปลายอีกด้านหนึ่ง หลอดฟิวส์ทำด้วยกระเบื้องภายในหลอดฟิวส์มีเส้นฟิวส์และทรายบรรจุอยู่ เวลาใช้ฟิวส์ต้องใส่ลงในตลับฟิวส์และหมุนฝาครอบฟิวส์ปิดฟิวส์ให้แน่น ที่ฝาครอบฟิวส์มีช่องสำหรับดูสภาพของฟิวส์ ถ้าเส้นฟิวส์ขาด ปุ่มบอกสภาพฟิวส์จะหลุดออกจากหลอดฟิส์ สามารถมองเห็นได้ ฟิวส์ปลั๊กนิยมใช้ทั้งในวงจรไฟแสงสว่าง และวงจรที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูงๆ ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนฟิวส์ทำได้ง่าย มีความปลอดภัยในขณะเปลี่ยนฟิวส์ และขณะฟิวส์หลอมละลายจะไม่มีการกระเด็นของเศษฟิวส์จึงไม่เกิดอันตราย

การเลือกใช้ฟิวส์
ควรเลือกฟิวส์ที่ทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้มากกว่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้ภายในบ้านเล็กน้อยและไม่ควรใช้ลวดหล็ก หรือลวดทองแดงที่มีจุดหลอมเหลวสูงแทนฟิวส์ เพราะเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากเกินไปลวดเหล็กหรือลวดทองแดงจะไม่หลอมละลายจึงไม่ช่วยตัดวงจรไฟฟ้าในบ้าน ฟิวส์ที่ใช้ตามบ้านมีหลายขนาด เช่น ขนาด 10 15 และ 30 แอมแปร์ ฟิวส์ขนาด 15แอมแปร์ คือ ฟิวส์ที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ไม่เกิน 15แอมแปร์ ถ้ากระแสไฟฟ้าผ่านมากว่านี้ ฟิวส์จะหลอมละลาย ทำให้วงจรขาด ดังนั้น การเลือกใช้ฟิวส์จึงต้องเลือกขนาดของฟิวส์ให้พอเหมาะกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน ฟิวส์มีหลายชนิด แต่ละชนิดจะใช้แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมเลือกฟิวส์ต้องเลือกความเร็วในการขาดของมันด้วย-เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เลือกแบบขาดช้า ขนาดเป็นสองเท่าของโหลดที่ใช้

คุณสมบัติของฟิวส์
1.ฟิวส์เป็นโลหะผสมประกอบด้วย บิสมัท(Bi) ร้อยละ 50 ตะกั่ว(Pb) ร้อยละ25 และดีบุก(Sn) ร้อยละ 25โดยมวล
2.ฟิวส์มีจุดหลอมเหลวต่ำ ขณะที่กระแสไฟฟ้าผ่านฟิวส์ พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้กับฟิวส์เล็กน้อยแต่เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าเกินกำหนด หรือเกิดไฟฟ้ลัดวงจร กระแสไฟฟ้าปริมาณมากจะผ่านฟิวส์ พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้กับฟิวส์มากขึ้น จนฟิวส์หลอมละลาย ทำให้วงจรไฟฟ้า ในบ้าน ถูกตัดกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอีกไม่ได้
3.การหลอมละลายของฟิวส์ไม่ทำให้เกิดประกายไฟ หรือเปลวไฟ หรือเปลวไฟหรือเกิดการหลอมละลายใดๆที่ทำให้อุปกรณ์เสียหาย


วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ประสิทธิภาพอินเวอร์เตอร์

อินเวอร์เตอร์(Inverter) นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงจากไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ ซึ่งถูกนำมาใช้กับระบบโซล่าเซลล์ โดยรับพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์จากนั้นก็แปลงเป็นกระแสสลับไปยังโหลดต่างๆเพื่อนำไปใช้งานหรือขายให้แก่การนั้นไฟฟ้า ในการแปลงนั้นพลังงานไฟฟ้านั้นพลังงานกระแสตรงเรียกว่าด้านอินพุตและพลังงานของกระแสสลับเรียกว่าด้านเอาท์พุต พลังงานที่ออกมาด้านเอาท์พุตจะไม่เท่ากับอินพุตเนื่องจากประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ เช่น อินเวอร์เตอร์ มีประสิทธิภาพ 92 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่า อินเวอร์เตอร์รับกำลังไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์เข้าด้านอินพุต 1000 W กำลังของกระแสสลับที่เหลือจากการแปลงในด้านเอาท์พุต คือ 920 W
                                  คลิ๊กดู อินเวอร์เตอร์
ไดอะแกรมแสดงด้านอินพุตและเอาท์พุต
ปัจจัยในการเลือกซื้ออินเวอร์เตอร์ที่มีผลต่อประสิทธิภาพ
1.ค่าป้องกันกระแสกระชาก
 – เนื่องจากโหลดไฟฟ้าตามบ้านนั้นอาจจะมีโหลดบางตัวที่ค่ากระแสที่มากกว่าปกติเวลาที่เริ่มเปิดใช้งาน เช่น โหลดที่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ ได้แก่ มอเตอร์ปั๊มน้ำ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศหรืออื่นๆ ดังนั้นในการเลือกอินเวอร์เตอร์จะต้องดูค่าที่ป้องกันกระแสไฟกระชาก (Surge Power) ว่ามีอัตราอยู่ที่เท่าไร ส่วนมากอินเวอร์เตอร์จะออกแบบมาให้ทนกับกระแสที่สูงในช่วงเวลาสั้นๆได้ กระแสกระชากนี้เมื่อใช้งานอินเวอร์
เตอร์ไปนานๆอาจจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงหรืออินเวอร์เตอร์พังเสียหายได้

2.ค่าแรงดันขาเข้า (
Input) แรงดันขาออก (Output)และความถี่ของอินเวอร์เตอร์ – แรงดันขาเข้า(กระแสตรง)ควรเลือกให้สอดคล้องกับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่มาจากแผงโซล่าเซลล์ ผ่านเครื่องควบคุมการชาร์จและแบตเตอรี่ เช่น ระบบออกแบบไว้ที่ 24 โวลท์ก็ต้องเลือก แรงดันไฟฟ้าขาเข้าของอินเวอร์เตอร์ที่ 24 โวลท์เช่นกัน ส่วนเรื่องแรงดันเอาท์พุตซึ่งเป็นแรงดันกระแสสลับของอินเวอร์เตอร์จะต้องเลือกให้เข้ากับโหลดไฟฟ้ากระแสสลับที่เราจะนำไปต่อด้วย โดยอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านในประเทศไทยโดยทั่วไปจะใช้แรงดัน 220 V และความถี่ 50 Hz

3.ค่าความร้อนที่มีผลต่อประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์
 – เมื่ออินเวอร์เตอร์ทำงานเป็นเวลานานทำให้ร้อนขึ้นและร้อนสะสม อาจจะทำให้อินเวอร์เตอร์หยุดการทำงานได้ ดังนั้นควรหาอินเวอร์เตอร์ที่มีระบบระบายความร้อนที่ดี เช่น อินเวอร์เตอร์ที่มีพัดลมระบายความร้อน จะทำให้อินเวอร์เตอร์มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวขึ้น

4.ค่าความเพี้ยนของรูปคลื่นแรงดันไฟฟ้าเอาท์พุตของอินเวอร์เตอร์ (
Total Harmonic Distortion – THD) – ค่านี้จะมีผลทำให้โหลดที่มีขดลวดเป็นส่วนประกอบในการทำงานเสียหายได้ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้ามีความร้อนสูงขดลวดอาจจะไหม้ได้ เมื่อค่า THD สูง โดยทั่วไปแล้วค่า THD ต้องน้อยกว่า 15-20 เปอร์เซนต์

5.ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์(
Power Factor) – มีผลกับประสิทธิโดยรวมของอินเวอร์เตอร์ในการจ่ายพลังงานให้กับโหลด ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกอินเวอร์เตอร์ที่มีค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ไม่น้อยกว่า 0.7

6.การบำรุงรักษา
 – ควรเลือกอินเวอร์เตอร์ที่มีเสถียรภาพในการจ่ายไฟฟ้าเต็มพิกัดที่สูง คือไม่มีไฟฟ้าสะดุดเวลาใช้งานหรือเสียหายได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับอินเวอร์เตอร์ ก็ควรพิจาณาเรื่องการซ่อมแซมและบำรุงรักษา เนื่องจาก ถึงแม้จะมีประกัน การซ่อมภายในประเทศจึงมีราคาแพงศูนย์ซ่อมในประเทศยังไม่มี
ตัวอย่าง datasheet ของอินเวอร์เตอร์
ตารางความเหมาะสมในการเลือกอินเวอร์เตอร์
ตารางด้านบนนี้เป็นตารางแสดงความเหมาะสมในการเลือกอินเวอร์เตอร์แบบ stand alone เพื่อให้เหมาะกับแผงโซล่าเซลล์, ชาร์เจอร์, แบตเตอรี่และโหลด

PROMOTION !!!! พิเศษ !! ปั๊มน้ำไฮบริด

PROMOTION !!!! พิเศษ !! ปั๊มน้ำไฮบริด สั่งซื้อ  📟 Line ID: @sunnergy 📲 ปรึกษาติดตั้ง จัดส่ง คลิ๊ก  http://bit.ly/2EWBqZQ สำหรับบ้านสวนร...